ยืนยันด้วย Tesla Fleet API

พาสปอร์ตแบตเตอรี่
ที่ผ่านการรับรอง
สำหรับ Tesla ของคุณ

ผู้ซื้อไม่เชื่อตัวเลขบนหน้าจอรถ แต่เชื่อรายงานที่ตรวจสอบได้ VoltValue ดึงข้อมูลจริงจาก Tesla ของคุณ มาออกใบรับรองสุขภาพแบตเตอรี่ ที่ทำให้คุณได้ราคาขายที่แบตเตอรี่ของคุณคู่ควร

180s
เวลาที่ใช้ในการประเมิน
100%
เข้าถึงแบบ “อ่านค่าอย่างเดียว”
ขั้นตอน

สามขั้นตอนสู่การขายที่ได้รับการรับรอง

01
เชื่อมต่ออย่างปลอดภัย

OAuth 2.0 กับ Tesla Fleet API แบบอ่านค่าอย่างเดียว — เราไม่สามารถปลดล็อก บีบแตร หรือขยับรถได้

02
เราตรวจสอบอย่างเงียบ ๆ

ดึงพฤติกรรมการชาร์จย้อนหลังสูงสุด 180 วัน, จำนวนรอบ และตัวอย่าง SOH จากรถคุณตั้งแต่วันแรกที่เชื่อมต่อ — แล้วเทียบกับรถรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน และระยะทางใกล้เคียงในเครือข่าย VoltValue

03
แชร์พาสปอร์ตของคุณ

PDF หน้าเดียว + ลิงก์สาธารณะตรวจสอบด้วย QR ใส่ในประกาศขาย แล้วดูข้อเสนอที่สูงขึ้น

ผลลัพธ์ที่คุณจะได้

สิ่งที่พาสปอร์ตที่ผ่านการรับรองมอบให้คุณ

ราคาที่ยุติธรรม
ผู้ซื้อยอมจ่ายเต็มเม็ดเต็มหน่วยเมื่อสุขภาพแบตเตอรี่ถูกรับรองโดยบุคคลที่สาม ไม่ต้องโดนกดราคาเพราะ "ไม่มีหลักฐาน"
ลดการต่อรอง
ตัวเลขผ่านการ cross-check กับ Tesla Fleet API ผู้ซื้อไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องเทสไดร์ฟหลายรอบเพื่อเช็คแบต
ความโปร่งใสเต็มที่
แสดง SoH, จำนวนรอบชาร์จ และพฤติกรรมการชาร์จย้อนหลังสูงสุด 180 วัน — ดึงจากรถทันทีที่เชื่อมต่อ ไม่ต้องรอ และเป็นรายละเอียดที่ screenshot จากแอปพิสูจน์ไม่ได้
เริ่มเร็ว ได้เปรียบ
ทุกวันที่คุณเชื่อมต่ออยู่ เราเก็บค่าเพิ่มอีกหนึ่งจุด พาสปอร์ตที่ออกหลังเก็บข้อมูล 180 วัน ปกป้องราคาได้ดีกว่าพาสปอร์ตที่ออกหลังเพียง 3 วัน เชื่อมต่อตอนนี้ — แดชบอร์ดใช้ฟรีจนถึงวันที่คุณตัดสินใจขาย

ดูวิธีคำนวณ →

ทำไมต้องมีพาสปอร์ต

ส่วนต่างราคาที่หายไป มักเป็น margin ของดีลเลอร์

Trade-in กับดีลเลอร์
ราคา conservative

ดีลเลอร์ตั้งราคารับซื้อต่ำเพราะต้องรับความเสี่ยงเรื่องแบตเตอรี่แทนผู้ซื้อต่อ — ไม่มีหลักฐาน ก็ต้องเผื่อราคาไว้

ขายเอง + VoltValue
ราคาตลาดจริง

พาสปอร์ตย้ายความเสี่ยงออกจากผู้ซื้อ → ทำให้คุณขายได้ในราคาที่ใกล้ราคาตลาดจริง ไม่ต้องโดนหักเผื่อ

ผลต่างที่หายไป
เงินที่ควรเป็นของคุณ

ส่วนต่างระหว่าง trade-in กับ private sale คือ margin ที่ดีลเลอร์เก็บไว้ — เงินก้อนนี้ควรอยู่ในกระเป๋าเจ้าของรถ

ตัวอย่างผลลัพธ์

เอกสารที่ผู้ซื้อให้ความสำคัญ

ออกแบบเหมือนเอกสารทางการเงิน ไม่ใช่โบรชัวร์การตลาด พิมพ์ ส่งอีเมล หรือฝังได้

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าผมมีค่า BMS เองอยู่แล้ว ยังต้องใช้ VoltValue ไหม?

เป็นคำถามที่ดี — ตอบตรงๆ คือ การรู้ตัวเลขด้วยตัวเอง กับการมีบุคคลที่สามรับรองให้ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน นี่คือสิ่งที่ลูกค้ามักทำเองไม่ได้:

ความน่าเชื่อถือต่อผู้ซื้อ
รูปภาพหน้าจอจากแอปวิเคราะห์รถของคุณเอง = 'เจ้าของบอกเอง' ผู้ซื้อไม่มีทางรู้ว่าแก้รูปมาหรือเปล่า ใบรับรอง VoltValue มี QR + URL สาธารณะที่ผู้ซื้อสแกนแล้วเช็คได้ทันทีว่าใบนี้ออกจริง ออกเมื่อไหร่ และตัวเลขตรงกับที่บอกไหม — เหมือนความต่างระหว่าง OBD scanner ที่คุณซื้อมาเอง กับรายงานประวัติรถจากบุคคลที่สาม
Cross-check กับ Tesla Fleet API
เราดึงค่าระยะวิ่งสดจาก Tesla มาเทียบกับค่า BMS ของคุณ ถ้าต่างกันเกิน ±7 จุด (NMC) หรือ ±12 จุด (LFP) ระบบปฏิเสธไม่ออกใบรับรอง การยืนยันแบบนี้ผู้ใช้ทำเองไม่ได้ เพราะต้องใช้ Tesla partner credentials
เปรียบเทียบกับฟลีต
‘SoH 92.3%’ ลอยๆ ไม่มีน้ำหนัก แต่ ‘Top 15% ของ Model 3 ปี 2021 ที่วิ่ง 60–80,000 กม.’ มีความหมายทันที ต้องมี dataset ขนาดใหญ่ — ลูกค้ารายเดียวสร้างไม่ได้
ประวัติพฤติกรรมย้อนหลังสูงสุด 180 วัน
ข้อมูลย้อนหลังถูกดึงจาก Tesla ทันทีที่คุณเชื่อมต่อ ไม่ต้องรอ 180 วัน — เราเก็บสัดส่วนชาร์จที่บ้าน vs Supercharger, เวลาที่แบตอยู่เกิน 90%, การจอดทิ้งที่แบตเต็ม สิ่งเหล่านี้ BMS บอกไม่ได้ และปลอมในคืนก่อนขายไม่ได้
แปลงเป็นราคาขายต่อจริง
‘SoH 92%’ → ‘แล้วยังไง?’ แต่ ‘+฿86,800 premium เทียบรถรุ่น/ปี/ไมล์ใกล้กัน’ — ผู้ซื้อเข้าใจทันทีและจ่ายให้

สรุป: BMS = OBD scanner ส่วนตัว / VoltValue = รายงานประวัติรถ + ใบประเมินค่าจากบุคคลที่สาม ที่ผู้ซื้อยอมรับเป็นหลักฐาน

อย่าเสียโอกาสที่จะขายรถได้ราคาสูงขึ้น

ตรวจสอบ 3 นาที ความน่าเชื่อถือตลอดอายุการใช้งาน

รับใบรับรองของฉัน