วิธีการคำนวณสำหรับ Tesla · v2.0

เราคำนวณสุขภาพแบตเตอรี่ Tesla ของคุณอย่างไร

ไม่มีกล่องดำ ทุกตัวเลขบนแดชบอร์ดและพาสปอร์ต Tesla ของคุณคำนวณจากข้อมูลดิบของ Tesla Fleet API ด้วยสูตรด้านล่างนี้ ข้อมูลเดียวกันให้ผลลัพธ์เดียวกันเสมอ ทุกคนตรวจสอบได้

เรารับรองแบตเตอรี่ของคุณอย่างไร

เวอร์ชันสั้น — สิ่งที่ VoltValue ทำจริง ใน 4 ขั้นตอน

เราเชื่อมต่อตรงกับ Tesla
ไม่มีการถ่ายภาพหน้าจอ ไม่มีการกรอกมือ เราใช้ Tesla Fleet API อย่างเป็นทางการแบบอ่านอย่างเดียว — ข้อมูลชุดเดียวกับที่ Tesla ใช้เอง รหัสผ่านของคุณไม่เคยผ่านเซิร์ฟเวอร์เรา
เราเก็บค่าหลายครั้งตลอดเวลา
ค่าอ่านครั้งเดียวอาจคลาดเคลื่อน ±2% ตามอุณหภูมิและระดับชาร์จ เราเก็บค่าย้อนหลังสูงสุด 180 วันแล้วใช้ค่ามัธยฐาน — วันแย่ ๆ วันเดียวจึงไม่ทำให้ผลเพี้ยน ระบบต้องการข้อมูลอย่างน้อย 7 วัน ก่อนออก Passport ได้ เพื่อให้ค่ามัธยฐานมีความน่าเชื่อถือเพียงพอ
เราตรวจสอบไขว้สองวิธีอิสระ
เราเทียบค่าประมาณจากระยะวิ่งของ Tesla กับข้อมูล BMS ของคุณ (ถ้ามี) ถ้าไม่ตรงกันเกินเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เราจะแจ้งเตือนแทนที่จะเดา
เราเทียบกับรถใกล้เคียง
ค่า SoH มีความหมายเมื่อมีบริบทเปรียบเทียบ เราเทียบกับรถจริงในรุ่น ปี และช่วงเลขไมล์เดียวกัน — ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกแบบหลวม ๆ
รายละเอียดเชิงเทคนิค — สำหรับวิศวกรและผู้ซื้อเชิงลึก
อธิบายแบบเข้าใจง่าย

ก่อนเข้าสูตร — นี่คือสิ่งที่ VoltValue ทำเบื้องหลังในชีวิตประจำวัน อธิบายแบบไม่ต้องเป็นวิศวกร

  1. 1
    คุณเชื่อมต่อ Tesla ครั้งเดียว
    ผ่านหน้าล็อกอินอย่างเป็นทางการของ Tesla (OAuth) เราได้รับสิทธิ์อ่านค่าอย่างเดียวเท่านั้น เราปลดล็อก บีบแตร ขับ หรือเปลี่ยนค่าใดๆ ในรถคุณไม่ได้เลย
  2. 2
    วันละครั้งโดยอัตโนมัติ
    วันละครั้ง (อัตโนมัติ เวลา 02:00 UTC) ระบบจะขอข้อมูลจาก Tesla — ระดับแบตเตอรี่ เลขไมล์ และ session การชาร์จ ไม่ว่าคุณจะเปิดแอปอยู่หรือไม่ การกด Refresh จะดึง snapshot รายวันใหม่จาก Tesla แต่ค่า SoH ที่คุณเห็นยังคงเป็นค่ามัธยฐานถ่วงน้ำหนักจาก snapshot ย้อนหลังสูงสุด 180 วัน
  3. 3
    ข้อมูลแต่ละวันถูกเก็บในบัญชีคุณ
    ในวันแรกเราดึงประวัติ session การชาร์จย้อนหลังสูงสุด 180 วันจาก Tesla ทันที ทำให้ข้อมูล kWh และจำนวนรอบพร้อมใช้งานได้เลย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลสุขภาพแบตเตอรี่รายวัน (SoH snapshot) เริ่มเก็บตั้งแต่วันที่เชื่อมต่อเป็นต้นไป — Tesla ไม่มี API ให้ดึงค่าย้อนหลังได้
  4. 4
    เมื่อคุณพร้อมขาย เราออกพาสปอร์ตให้
    ระบบดึง snapshot อีกหนึ่งครั้งและนำไปรวมในค่ามัธยฐานถ่วงน้ำหนักของ SoH คำนวณตามสูตรด้านล่าง แล้วออกใบรับรองพร้อมลิงก์สาธารณะให้ผู้ซื้อสแกนตรวจสอบได้
ข้อมูลของคุณอยู่ในบัญชีของคุณเท่านั้น เราไม่ขาย ไม่แชร์ และเพราะเป็นการเข้าถึงแบบอ่านค่าอย่างเดียว เราจึงควบคุมรถของคุณไม่ได้ทางกายภาพ
ขั้นที่ 01

ดึงข้อมูลดิบจาก Tesla

เมื่อคุณคลิก ‘ออกพาสปอร์ต’ เราจะเรียก Tesla Fleet API ที่ /api/1/vehicles/{id}/vehicle_data โดยใช้กลุ่มข้อมูล 3 กลุ่ม:

  • charge_state — usable_battery_level (%, ทศนิยม — ไม่รวมความจุที่ล็อกไว้เพราะอากาศเย็น; สำรองด้วย battery_level), ideal_battery_range (กม.), charge_limit_soc
  • vehicle_state — เลขไมล์ (กม.)
  • vehicle_config — รุ่นรถ, ระดับ trim, สีตัวถัง
เราไม่เก็บรหัสผ่าน Tesla ของคุณ ใช้ OAuth 2.0 กับ scope vehicle_device_data เท่านั้น (อ่านค่าอย่างเดียว)
ขั้นที่ 02

ประมาณระยะวิ่งที่ชาร์จเต็ม 100%

Tesla รายงาน ideal_battery_range ตามระดับแบตเตอรี่ปัจจุบัน เราขยายเชิงเส้นไปสู่การชาร์จเต็ม 100%:

ระยะวิ่งที่ 100% = (ideal_battery_range / battery_level) × 100

ตัวอย่าง: Model 3 LR แสดง 354 กม. ที่ 65% จะประมาณได้ (354 / 65) × 100 = 545 กม. เมื่อชาร์จเต็ม

เราต้องการ battery_level ≥ 40% จึงจะคำนวณ SoH ได้ ต่ำกว่านี้ตัวเลขจาก BMS จะคลาดเคลื่อน เราขอไม่ออกค่าที่ไม่แม่นยำ
ขั้นที่ 03

เทียบกับระยะวิ่งมาตรฐาน WLTP

เราหารระยะวิ่งที่ชาร์จเต็มด้วยระยะวิ่งมาตรฐาน WLTP เดิมของรุ่น ปี และ trim ของรถคุณ:

SoH (%) = (ระยะวิ่งที่ 100% / ระยะวิ่งมาตรฐาน WLTP) × 100

บนแดชบอร์ดเราแสดงค่ามัธยฐานถ่วงน้ำหนักตาม SOC ของ snapshot ย้อนหลังสูงสุด 180 วัน — ไม่ใช่ค่าสด ๆ ครั้งเดียว 180 วันครอบคลุมสองฤดูหลักของไทย (ร้อนและฝน) ทำให้ค่ามัธยฐานไม่เอียงตามอุณหภูมิช่วงใดช่วงหนึ่ง และสั้นพอที่พาสปอร์ตยังสะท้อนสภาพรถปัจจุบัน snapshot ที่ SOC ≥ 80% ถ่วงน้ำหนัก 2×, SOC 50–79% เท่ากับ 1× และ SOC 40–49% เท่ากับ 0.5× ค่ามัธยฐานช่วยลดผลกระทบจากวันที่ค่าผิดปกติเพราะอุณหภูมิหรือการขับขี่ผิดแบบ และ snapshot ที่อยู่ภายใน 3 วันหลังการอัปเดต OTA ของ Tesla จะถูกตัดออกเพื่อไม่ให้แนวโน้มเพี้ยน Snapshot ที่เก็บระหว่างรถกำลังชาร์จจะถูกตัดออกด้วย — ค่า SOC และระยะวิ่งไม่น่าเชื่อถือระหว่างชาร์จ Snapshot ที่ SoC ≥ 80% ได้รับน้ำหนัก 2× เพราะต้องประมาณค่าระยะวิ่งที่เต็มชาร์จน้อยกว่า จึงมีความแม่นยำสูงกว่า Snapshot ที่ SoC ต่ำ

ค่ามาตรฐาน WLTP จาก Tesla ประเทศไทย: Model 3 Standard RWD 2024+ = 534 กม., Model 3 Long Range RWD 2024+ = 750 กม., Model 3 Performance 2024+ = 571 กม., Model 3 Long Range AWD 2021–2023 = 614 กม., Model 3 Standard RWD 2021–2023 = 491 กม., Model Y Standard RWD = 488 กม., Model Y Long Range RWD = 661 กม., Model Y Long Range AWD = 629 กม., Model Y L Long Range AWD = 681 กม. เราเลือก WLTP แทน EPA เพราะ Tesla ไทยจำหน่ายด้วยสเปค WLTP และสภาพการขับขี่ในเอเชียใกล้เคียงกับมาตรฐาน WLTP มากกว่า EPA ซึ่งวัดในสภาพอากาศอเมริกา ค่าที่ต่ำกว่า 75% จะถูกระบุว่า LOW แทนที่จะถูกตัดทิ้ง — รถที่วิ่งระยะทางสูงสามารถลงมาช่วงนี้ได้จริง ค่าที่อยู่นอกช่วง 70–104% ถือเป็นความผิดปกติของเซ็นเซอร์และถูกตัดออกจากค่ามัธยฐาน — ไม่ถูกบีบหรือปรับค่า ขอบบนกำหนดไว้ที่ 104% (ไม่ใช่ 100%) เพราะรถใหม่ป้ายแดงอาจประมาณได้เกิน WLTP เล็กน้อยตามความคลาดเคลื่อนของการผลิต

เคมีแบตเตอรี่ LFP กับ NMC

เราตรวจชนิดเคมีของแบตเตอรี่จาก 3 สัญญาณตามลำดับความสำคัญ: แรงดันเซลล์เฉลี่ยจากไฟล์ BMS ที่อัปโหลด (< 3.5 V = LFP), รหัส VIN นำหน้า (LRW… = ผลิตที่จีน เป็น LFP), และข้อมูลรุ่น/ปี/trim (Model Y RWD 2023+, Model 3 RWD 2021+ = LFP) แพ็ค LFP ใช้ baseline พลังงานต่อกม. ที่ต่างกัน และมี tolerance ของ cross-check ที่กว้างกว่า (±12 จุด เทียบกับ ±7 จุดของ NMC) เพราะ SoH จากระยะวิ่งแม่นยำน้อยกว่าสำหรับเคมีที่มีกราฟแรงดันราบ

ขั้นที่ 04

คำนวณรอบการชาร์จและอัตราการเสื่อม

จำนวนรอบคำนวณจากพลังงานที่ผ่านแบตเตอรี่จริง — เรารวม kWh ทุกครั้งที่ชาร์จในประวัติ telemetry ของคุณ (ที่บ้าน + Supercharger) แล้วหารด้วยความจุแพ็คใช้งานจริง ถ้ายังไม่มี telemetry จะแสดงค่าประมาณจากระยะทางสะสม ÷ ระยะ WLTP ของรุ่นนั้น โดยปรับตามอุณหภูมิเฉลี่ยกรุงเทพ (LFP −8%, NMC −5% เทียบกับ WLTP ที่ทดสอบที่ 23°C) แสดงพร้อมเครื่องหมาย ~ เพื่อบ่งชี้ว่าเป็นค่าประมาณ

จำนวนรอบ = Σ(kwh_charged_home + kwh_charged_supercharger) / pack_kWh_usable

ความจุแพ็ค (ใช้งานจริง): Model 3 LR/Performance ≈ 78 kWh, Model Y LR ≈ 75 kWh, Model Y Standard (LFP) ≈ 57.5 kWh, Model S ≈ 100 kWh (Plaid 95), Model X ≈ 100 kWh (Plaid 95)

อัตราเสื่อม (%/ปี) = (100 − SoH) / อายุรถ_ปี
ขั้นที่ 05

เทียบกับ Tesla รุ่น/ปี/ไมล์ใกล้เคียง

SoH ของคุณถูกเทียบกับ ค่าเฉลี่ยแบบ rolling ของรายงานสุขภาพล่าสุดของ Tesla ทุกคันในฐานข้อมูลของเราที่รุ่น ปี และช่วงไมล์ 20,000 กม. เดียวกับรถคุณ — ไม่ใช่ benchmark ภายนอก ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว ถ้ามี Model 3 ปี 2022 ที่วิ่ง 60–80,000 กม. อยู่ 18 คัน เราก็เฉลี่ยจาก 18 คันนั้น ถ้าในเซลล์ตรงรุ่น+ปี+ช่วงไมล์ มีน้อยกว่า 5 คัน เราจะขยายเป็นรุ่น+ปี แล้วเป็นรุ่นอย่างเดียว และอัปเดต label ตามจริง ค่าเฉลี่ยถูกคำนวณใหม่ทุกครั้งที่มีพาสปอร์ตใหม่ออก

fleet_avg = mean(latest_report.soh_pct ของรถรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน ช่วงไมล์ 20,000 กม. เดียวกัน)

ถ้าแม้แต่กลุ่มกว้างที่สุด (เฉพาะรุ่น) ยังมีรถน้อยกว่า 5 คัน ใบรับรองจะไม่แสดงบรรทัด 'เทียบกับฟลีต' เลย ดีกว่าโชว์ค่าปลอม

ขั้นที่ 06

ลงนามและเผยแพร่พาสปอร์ต

พาสปอร์ตทุกใบถูกบันทึกในฐานข้อมูลของเราด้วย public_slug ที่ไม่ซ้ำ และ URL ที่ปลอมแปลงไม่ได้ที่ /passport/{slug} ผู้ซื้อยืนยันความถูกต้องได้ตลอดเวลาผ่าน /api/public/verify/{slug} ซึ่งจะคืนเวลาที่ออกใบรับรองและค่า SoH ดั้งเดิม

หมายเหตุความโปร่งใส

ทุกตัวเลขในรายงานมาจากไหน

ทุกค่าบนแดชบอร์ดและพาสปอร์ตคำนวณจากข้อมูลจริงเท่านั้น SoH คือค่ามัธยฐานถ่วงน้ำหนักตาม SOC ของ snapshot จาก Tesla Fleet API ย้อนหลังสูงสุด 180 วัน (หรือไฟล์ BMS ที่อัปโหลด ซึ่งตอนออกพาสปอร์ตจะ cross-check กับค่าระยะวิ่งสดจาก Fleet API ภายใน ±7 จุดสำหรับ NMC / ±12 จุดสำหรับ LFP) จำนวนรอบมาจาก session การชาร์จจริงในประวัติ ถ้ายังไม่มี session ใช้ค่าประมาณจากระยะทางสะสม ÷ ระยะ WLTP แทน (แสดงด้วย ~) ค่าเฉลี่ยฟลีตคือค่าเฉลี่ยของพาสปอร์ตล่าสุดจาก Tesla ทุกคันที่เชื่อมต่อกับ VoltValue คำนวณใหม่ทุกครั้งที่มีพาสปอร์ตใหม่ออก หากค่าใดคำนวณไม่ได้ (ยังไม่มี telemetry ยังไม่มีรถคันอื่นในฟลีต) เราจะแสดง '—' แทนที่จะใส่ตัวเลขปลอม

อภิธานศัพท์

3 คำที่ควรเข้าใจ

เราใช้คำเหล่านี้บ่อย ๆ ทั้งในแดชบอร์ดและพาสปอร์ต คำที่มีเครื่องหมาย * ด้านบนของหน้านี้มีคำอธิบายอยู่ที่นี่

ระยะวิ่งมาตรฐาน WLTP
WLTP (Worldwide Harmonised Light Vehicle Test Procedure) คือมาตรฐานสากลที่ใช้ทดสอบระยะวิ่งของรถยนต์ไฟฟ้า ครอบคลุมสภาพการขับขี่ที่หลากหลายกว่า EPA และเป็นมาตรฐานที่ Tesla ใช้ในการโฆษณาสำหรับตลาดไทยและยุโรป
การจัดอันดับ (เทียบกับฟลีต)
แทนที่จะบอกว่า ‘SoH คุณ 92.3%’ (ตัวเลขที่ไม่มีใครยืนยันได้เป๊ะ) เราเอารถคุณไปเรียงเทียบกับ Tesla รุ่น/ปี/เลขไมล์ใกล้เคียงกัน แล้วบอกว่าคุณอยู่ตรงไหน เช่น ‘Top 15% ของ Model 3 ปี 2021 ที่วิ่ง 60,000–80,000 กม.’ — ตำแหน่งเชิงเปรียบเทียบน่าเชื่อถือกว่าตัวเลขดิบมาก เพราะ error ของการวัดจะหักล้างกันเมื่อทุกคันวัดด้วยวิธีเดียวกัน
ฟลีต VoltValue (VoltValue fleet)
กลุ่มรถ Tesla ทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับ VoltValue ใช้เป็นกลุ่มอ้างอิงในการจัดอันดับรถของคุณ ค่าเฉลี่ยฟลีตคือค่าเฉลี่ย SoH จากพาสปอร์ตล่าสุดของ Tesla แต่ละคันที่เชื่อมต่อ — คำนวณใหม่ทุกครั้งที่มีพาสปอร์ตใหม่ออก ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว ถ้าคุณเป็น Tesla คันแรกที่เชื่อมต่อ ค่าเฉลี่ยฟลีตจะยังไม่แสดง — หลักการเดียวกับฐานข้อมูลประวัติรถจากบุคคลที่สาม: ยิ่งรถในฐานข้อมูลเยอะ สัญญาณยิ่งชัด
ตัวเลขของเราเชื่อถือได้แค่ไหน?

คำตอบตรง ๆ เรื่องความแม่นยำ

เราไม่ได้อ้างว่าวัดเซลล์แบตเตอรี่ของคุณตรง ๆ — ไม่มีใครนอก Tesla ทำได้ นี่คือสิ่งที่เราทำจริง ๆ และทำไมมันถึงยังมีค่ากว่าตัวเลขบนหน้าจอรถ

ตัวเลขพวกนี้ก็แค่การประมาณใช่มั้ย?
ใช่ครับ Tesla ไม่เปิด API ที่บอกค่า SoH จริง ๆ ให้ใคร — ไม่ใช่แค่กับเรา แม้แต่ศูนย์บริการ Tesla เองก็ใช้ค่า proxy เหมือนกัน และแบต lithium-ion ทุกยี่ห้อแกว่ง ±1% ตามอุณหภูมิและ %SOC อยู่แล้ว เราเลือกบอกตรง ๆ แทนที่จะแสร้งทำเป็นรู้เป๊ะ
แล้วทำไมยังต้องใช้?
ตัวเลขบนหน้าจอ Tesla โกหกได้ง่าย — แค่ชาร์จเต็ม 100% ก่อนถ่ายรูป ระยะวิ่งก็ดูดี แต่เราดึงพฤติกรรม 180 วันย้อนหลังตรงจาก Tesla: สัดส่วนชาร์จที่บ้าน vs Supercharger, เวลาที่ค้างเกิน 90%, การจอดทิ้งที่แบตเต็ม, จำนวนรอบ — ประวัติพวกนี้สร้างขึ้นในคืนก่อนขายไม่ได้
ทำไมการเปรียบเทียบดีกว่าตัวเลขเป๊ะ ๆ?
ผู้ซื้อไม่ต้องรู้หรอกว่าแบตอยู่ที่ 92.3% หรือ 92.7% — เขาอยากรู้ว่า ‘คันนี้ถูกใช้งานดีกว่าค่าเฉลี่ยมั้ย?’ เราจัดอันดับ*เทียบกับฟลีต VoltValue* คำถามจึงเปลี่ยนเป็น ‘เป็นรถที่ถูกถนอมรักษาดีหรือเปล่า?’ แทนที่จะเป็น ‘ตัวเลขแม่นยำถึงทศนิยมไหม?’
ถ้าตัวเลขเราผิดล่ะ?
พาสปอร์ตทุกใบมีลายเซ็น เวลาที่ออก และ URL สาธารณะให้ใครก็สแกนตรวจสอบได้ สูตรทั้งหมดอยู่ในหน้านี้ — ข้อมูลเดียวกันให้ผลเดียวกันเสมอ ถ้าผู้ซื้อสงสัยว่าเลขผิด เขาเช็คกับ Tesla ของตัวเองได้ภายใน 1 วันหลังรับรถ ความรับผิดชอบนี่แหละคือเหตุผลที่เราไม่กล้าโม้
สรุป: เราไม่ใช่เครื่องวัดแบต — เราคือระบบเปรียบเทียบเชิงสถิติและบันทึกการตรวจสอบ ใช้คะแนนนี้เหมือนใช้รายงานประวัติรถจากบุคคลที่สาม: ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่เป็นสัญญาณที่ปลอมไม่ได้
ความน่าเชื่อถือของ Verified

เราป้องกันการแก้ไฟล์ BMS อย่างไร

พาสปอร์ตระดับ Verified ใช้ข้อมูล BMS ที่เจ้าของรถอัปโหลดจาก Scan My Tesla / TeslaFi / TeslaMate ในทางทฤษฎีไฟล์ CSV แก้ไขได้ เราจึงมี 3 ชั้นป้องกันที่ทำงานอิสระต่อกันก่อนจะออกตรา Verified

  1. 1
    ชั้นที่ 1 — ตรวจขอบเขตทันทีที่อัปโหลด
    ค่า nominal_full_pack ที่เกิน 102% ของขนาดแพ็คใหม่จากโรงงาน หรือต่ำกว่า 50% จะถูกปฏิเสธทันที การแก้ไฟล์แบบที่พบบ่อย เช่น เปลี่ยน 72.5 kWh เป็น 78 kWh บนแพ็ค 78.5 kWh — ระบบจับได้ทันที เพราะค่านั้นเป็นไปไม่ได้ทางฟิสิกส์
  2. 2
    ชั้นที่ 2 — Cross-check กับค่าระยะวิ่งจาก Tesla Fleet API ตอนออกพาสปอร์ต
    ตอนสร้างพาสปอร์ต ระบบดึงค่า SoH จากระยะวิ่งของ Tesla มาหนึ่งครั้งเพื่อใช้เป็น cross-check เทียบกับ SoH จาก BMS ถ้าต่างกันเกิน ±7 จุด (NMC) หรือ ±12 จุด (LFP) เราจะปฏิเสธไม่ออกใบรับรอง การปลอมเฉพาะไฟล์ BMS ไม่พอ — รถต้องวิ่งได้ไกลขึ้นจริง ๆ ด้วย
  3. 3
    ชั้นที่ 3 — โปร่งใสบนใบรับรอง
    พาสปอร์ต Verified ระบุชัดว่า ‘Verified · BMS + Fleet API cross-check’ และบรรทัดวิธีคำนวณบอกตรงว่าข้อมูล BMS มาจากผู้ใช้ ผู้ซื้อเห็นชัดว่าวัดอะไร และยืนยันด้วยอะไร ไม่มีชั้น ‘เชื่อใจเราเถอะ’ ที่ซ่อนไว้
สรุป: ไฟล์ที่ถูกแก้จะต้องผ่านเพดานขนาดแพ็คใหม่ ตรงกับค่าระยะวิ่งจาก Fleet API ที่ดึงสดตอนออกพาสปอร์ตซึ่งผู้ขายควบคุมไม่ได้ และรอดการตรวจสอบสาธารณะ — ในทางปฏิบัติยังไม่พบวิธีปลอมทั้ง 3 ชั้นพร้อมกันได้
อ่านเพิ่มเติม

บทความที่เกี่ยวข้อง